อาการปวดหลังในปัจจุบันจะไม่ได้เป็นเฉพาะผู้สูงอายุอย่างเดียวเท่านั้น แต่สำหรับวัยผู้ใหญ่ที่ทำงานประจำ หรือผู้ที่ทำงานออฟฟิศต่างมีอาการปวดหลังเช่นเดียวกัน แต่อาการปวดหลังของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันออกไป บางคนปวดมาก บางคนปวดน้อย หรืออาจจะปวดเพียงแค่บางวันเท่านั้น ซึ่งอาการปวดหลังโดยปกติแล้วจะมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อที่มักจะมีการทำงานในท่าเดิมซ้ำ ๆ ในทุกวัน
โดยทั่วไปแล้วอาการปวดหลังที่ไม่อันตรายจะดีขึ้นในหลังพัก และจะไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่อาการปวดหลังที่รุนแรง หรือมีอาการปวดหลังนานเป็นเดือนและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน มักจะมีสาเหตุที่อันตรายและรุนแรง เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่าอาการปวดหลังประเภทใดที่ควรไปพบแพทย์
รู้จักกับอาการปวดหลัง มีกี่รูปแบบ
1. อาการปวดหลังส่วนบน
สำหรับอาการปวดหลังส่วนบนโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะปวดร่วมกับคอ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากการใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมระหว่างวัน อย่างเช่น การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือการเล่นมือถือนาน ๆ
2. อาการปวดหลังช่วงเอวหรืออาการปวดหลังช่วงล่าง
สำหรับอาการปวดหลังในระดับเอว หรือการปวดหลังช่วงล่าง จะเป็นอาการปวดหลังที่สามารถพบได้บ่อยที่สุดของโรคทางกระดูกและข้อ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของอาการปวดหลัง คือ เกิดจากกล้ามเนื้อหลัง หมอนรองกระดูกสันหลัง และข้อต่อกระดูกสันหลัง
3. อาการปวดหลังด้านซ้ายหรือด้านขวา
อาจจะมีสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อหลังผิดปกติ ข้อต่อกระดูกส่วนอก หรือกระดูกซี่โครงอ่อนอักเสบ อุบัติเหตุ การกระแทก การเกร็ง หรือยกของหนัก เป็นต้น
อาการปวดหลังประเภทใด ควรรีบไปพบแพทย์
สำหรับอาการปวดหลังที่ควรรีบเข้าพบแพทย์ คือ อาการปวดหลังที่มีเวลานาน และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีอาการดังนี้
- ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังนานกว่า 3 เดือน
- มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง พักหรือรับประทานยาแก้ปวดพื้นฐานแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จนไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
- มีอาการปวดหลังร้าวไปถึงต้นขา หรือจากขาลงไปถึงปลายเท้าข้างใดข้างหนึ่งหรือเป็นทั้ง 2 ข้าง
- มีความรู้สึกที่ผิดปกติ อย่างเช่น ขาชา เท้ามีอาการแสบร้อน หรือมีการอ่อนแรงที่ขา
สำหรับอาการเหล่านี้มักจะเกิดมาจากสาเหตุหมอนรองกระดูกสันหลัง หรือข้อต่อกระดูกสันหลัง หรือโพรงประสาทหลังไปเบียดหรือกดทับรากประสาทลงมาที่ขา ดังนั้นหากใครที่มีอาการปวดหลังและมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยจนไปกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้รีบเข้าพบแพทย์ทันที เพื่อเข้ารับการรักษาต่อไป
